วุฒิศักดิ์ ชื่นมีเชาว์ 

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมได้มีโอกาสสัมผัสสินค้าจาก Audience คราวนี้เป็นสายลำโพงรุ่น frontRow ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุดในปัจจุบัน เบื้องต้นที่ได้รับสายลำโพง Audience frontRow มาทดสอบ พบว่าเป็นสายลำโพงซิงเกิ้ลไวร์ความยาว 3 เมตร ขั้วทั้งสองข้างเป็นบานาน่า สายมีขนาดค่อนข้างเล็กมาก ขนาดฉนวนภายนอกเล็กกว่าสาย RCA ที่ผมใช้ต่อจากโทนอาร์มไปเข้าปรีโฟโนเสียอีก กระบอกโลหะหุ้มด้วยปลอกคาร์บอนไฟเบอร์ที่ใช้แทน Cable Boot เพื่อแยกปลายสายออกเป็น บวก และ ลบ ก็มีขนาดเล็กเท่าๆ กับหัว RCA Audio Grade ทั่วๆ ไปเท่านั้นเอง หน้าตาโดยรวมนับว่าดูเรียบๆ แต่ก็มีจุดที่น่าสนใจที่สังเกตได้ว่าตาข่ายหนังงูที่หุ้มอยู่ด้านนอกสุดมีลักษณะเป็นเหมือนผ้ามากกว่าพลาสติก ดูคล้ายสายไฟที่ได้เคยทดสอบไป ซึ่งทาง Audience ได้อธิบายไว้ว่าเป็นวัสดุธรรมชาติ ซึ่งมีผลต่อคุณภาพเสียงอย่างมากอยู่พอสมควร ซึ่งในคราวที่ได้ทดสอบสายไฟก็พบว่าคำกล่าวอ้างนี้พอจะมีมูลน่าเชื่อถือได้อยู่ ทว่าเมื่อได้ทราบราคาเทียบกับขนาดตัว บอกตามตรงว่าแอบหนักใจเล็กๆ แต่พอมาลองคิดดูอีกที การประเมินคุณภาพของเครื่องเสียง เราควรจะตัดสินกันที่คุณภาพเสียง หาใช่หน้าตาดูใหญ่โตน่าเกรงขามเพียงอย่างเดียว เพราะในหลายๆ ครั้งก็พบว่า การออกแบบที่มีวัสดุห่อหุ้มมายมายหลายชั้นซ้ำซ้อนก็อาจจะส่งผลเสียต่อเสียง และทำให้ราคาแพงเกินความจำเป็นได้เช่นกัน ดังนั้น อย่าตัดสินกันที่ขนาดภายนอกเพียงอย่างเดียว เพราะถ้ามองในอีกแง่ ถ้ามีสายลำโพงที่ให้คุณภาพเสียงที่ดี แถมยังเส้นเล็ก ซ่อนให้พ้นสายตาได้ง่าย มันก็ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะจะทำให้เราสามารถจัดวางชุดเครื่องเสียงแบบซ่อนสายเชื่อมต่อต่างๆ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงามเข้ากับการแต่งห้องได้เป็นอย่างดี ถือว่าสายลำโพงตัวนั้นๆ เป็นสายที่มีความน่าสนใจไม่น้อย และเมื่อได้ลองหาข้อมูลก็พบว่าเป็นสายที่มีเทคโนโลยีที่ทาง Audience ตั้งชื่อว่า Morre ที่มีการใช้ตัวนำที่ทำจาก ทองแดง โรเดียม และเงิน ผ่านการทำ Deep Cryogenic และการใช้ขั้วต่อที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ โครงสร้างสายรองรับแรงดันไฟได้สูง และมีการคำนวณการแดมปิ้ง เพื่อให้สัญญาณมีความบริสุทธิ์ สัญญาณรบกวนและความเพี้ยนต่ำ

ในส่วนของวัสดุตัวนำมีการผสมผสานกันระหว่างตัวนำfrontRow 42 เส้น ซึ่งไม่ได้บอกว่าเป็นวัสดุอะไร หรือผ่านกระบวนการอะไรมาบ้าง แค่บอกว่าในสาย frontRow มีการใช้ตัวนำที่เป็นทองแดงชุบเงินด้วย ซึ่งก็น่าจะใช้ในส่วนนี้ และตัวนำfrontRow ที่เป็นทองแดง 99.999% OCC (Ohno Continuous Cast Copper) อีก 96 เส้น แต่ไม่ได้บอกไว้ว่าแต่ละชนิดขนาดหน้าตัดเท่าไหร่ จัดเรียงอย่างไร ถือเป็นความลับทางการค้าของผู้ผลิต ฉนวนเป็น XLPE ซึ่งเป็น Cross-Linkable Polyethylene วัสดุที่นิยมใช้ทำฉนวนของสายไฟที่จำเป็นต้องทนความร้อนสูง สามารถทนความร้อนได้ถึงกว่า 90 องศาเซลเซียสในการใช้งานปกติ และทนความร้อนชั่วขณะได้ถึงกว่า 120 องศา อีกทั้งยังทนแรงดันไฟฟ้าปานกลาง (1-69 กิโลโวลต์) จริงๆ ถ้าเทียบกับการใช้งานในบ้านที่มีแรงดันไฟเพียง 220 โวลต์ แล้วยิ่งถ้าเป็นสัญญาณที่อยู่ในสายลำโพง ยิ่งมีความต่างศักย์อย่างมากอยู่แค่ไม่กี่สิบโวลต์ ก็นับว่าฉนวนของ Audience frontRow มีการเลือกใช้วัสดุที่ถูกออกแบบไว้เผื่อเยอะมากๆ

จากตารางจะเห็นว่า XLPE เป็นวัสดุที่มีความเป็นฉนวน (Dielectric Strength) ที่สูงกว่าทั้ง PVC และ PE ที่เป็นวัสดุที่นิยมนำมาทำฉนวนสายลำโพง ซึ่งการเป็นฉนวนที่ดีก็ให้นึกภาพเวลาเราจะจับหม้อร้อนๆ คงไม่จับด้วยมือเปล่า เราก็หาวัสดุมาป้องกัน แต่ละวัสดุก็ป้องกันความร้อนได้ต่างกัน เช่น ถ้าเป็นผ้าธรรมดา เราต้องพับซ้อนกันให้หนาหน่อย เพราะกันความร้อนได้ไม่ดีนัก แต่ถ้าเป็นผ้ากันความร้อน เราก็ไม่จ􀄞ำเป็นต้องพับหนาๆ ใช้ชั้นเดียวก็จับได้ ไม่ร้อนมือ ฉนวนไฟฟ้าก็เช่นกัน ถ้ามีความเป็นฉนวนต่ำแล้วออกแบบให้ฉนวนบาง ไฟฟ้าก็รั่วออกมาดูดเราได้ แต่ถ้าวัสดุฉนวนมีความเป็นฉนวนสูงก็สามารถออกแบบให้ชั้นฉนวนมีความบางได้ ซึ่งเท่าที่เคยศึกษาและทดลองทำสายเล่นเองบ้าง พบว่า ค่าอีกค่าหนึ่งของฉนวนชนิดต่างๆ ที่มีผลต่อเสียงค่อนข้างมากคือ 

Dielectric constant ซึ่งถ้าให้ลองนึกภาพตาม Dielectric constant จะส่งผลต่อการเดินทางของสัญญาณ คล้ายการที่เราเดินลุยน้ำซึ่งอากาศและสุญญากาศมีค่า Dielectric constant ราวๆ 1 ซึ่งเป็นค่าในอุดมคติที่ยอมรับกันว่าทำให้สัญญาณวิ่งผ่านตัวนำได้ดีที่สุด เหมือนเราเดินบนพื้นเรียบแห้งปกติ แต่ถ้าฉนวนของเรายิ่งมีค่า Dielectric constant มาก ก็ยิ่งเหมือนเราเดินอยู่บนพื้นถนนเส้นเดิม แต่มีน้ำท่วมขังอยู่ ยิ่งมีความหนาของฉนวนมากๆ ก็เหมือนลุยน้ำที่มีความลึกมาก แล้วถ้าฉนวนมี Dielectric constant มากๆ ก็เหมือนน้ำที่เดินลุยมีความข้นหนืดมากยิ่งขึ้น ส่วนอากาศมีค่าน้อย เลยเหมือนเดินตัวเปล่า ไม่มีน้ำเดินตัวปลิว สบาย ไม่ต้องออกแรงมาก แต่ถ้าใช้ฉนวนที่มีค่า Dielectric constant สูง แถมออกแบบให้ฉนวนหนามากๆ ก็เหมือนเดินลุยน้ำโคลนท่วมถึงหน้าอก คงต้องออกแรงเดินเยอะมากทีเดียว สายบางเส้นที่มีการออกแบบให้มีช่องอากาศหรือก๊าซอยู่ภายในก็เพื่อลดผลกระทบของค่า Dielectric constant ของฉนวนในสายนั่นเอง ในอีกทางหนึ่งก็คือ การเลือกใช้วัสดุฉนวนที่มีค่า Dielectric constant ต่ำและออกแบบให้ชั้นฉนวนบางๆ เพื่อให้ลดปริมาณเนื้อฉนวนที่จะส่งผลต่อการเดินทางของสัญญาณ ซึ่งเข้าใจว่า Audience อาจจะเลือกทางเดินนี้ เพราะดูจากขนาดสายที่ค่อนข้างเล็ก และเลือกฉนวน XLPE ที่ Dielectric constant ค่อนข้างต่ำขณะที่สามารถต้านทานอุณหภูมิและแรงดันไฟฟ้าได้ดี จึงสามารถออกแบบฉนวนให้บางลงได้ เพื่อให้ปริมาณเนื้อฉนวนน้อยลงไปอีก สัญญาณก็จะวิ่งไปตามตัวนำได้สะดวก โดยไม่ได้รับผลกระทบจาก Dielectric constant ของฉนวนนั่นเอง 

ถ้าจะให้มีสายเส้นไหนที่สามารถเรียกได้ว่ามานั่งตักกระซิบข้างหูกันได้ ก็คงต้องเป็น frontRow เส้นนี้นี่เอง

Audience ยังคงวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ด้านเสียง จนก้าวมาถึงจุดสูงสุดของการถ่ายทอดเสียงดนตรี ด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ที่ประสบความสำเร็จทั้งหมดของเรามารวมเป็นหนึ่งเดียว ภายใต้ชื่อ MORRE (Musically Optimized Reducetion of Resistive Energy) เรากำลังเจาะลึกเข้าไปในสียงดนตรีอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน การแสวงหาความสมบูรณ์แบบในการถ่ายทอดสัญญาณ คือแรงผลักดันเบื้องหลังวิวัฒนาการอันสุดยอดของ MORRE ตั้งแต่การปรับสภาพโครงสร้างตัวนำบริสุทธิ์ ทองแดง, โรเดียม และเงิน ในขั้นตอน Deep Cryo, การเชื่อมต่อด้วยวิธีพิเศษ, โครงสร้าง, การกระตุ้นด้วยไฟฟ้าแรงสูง ทฤษฎีและการคำนวณมากมายเพื่อลดแรงสั่นสะเทือน ทำให้ MORRE นำเสนอการถ่ายทอดสัญญาณที่ถูกต้องสูงสุด และมีความเพี้ยน, นอยส์ และการรบกวนไม่พึงประสงค์ต่ำที่สุด ผลิตภัณฑ์ MORRE ทุกชิ้นจะถ่ายทอดความบริสุทธิ์ของดนตรีได้เหนือขีดระดับของการรบกวน
วัสดุตัวนำ
ความเชี่ยวชาญของเราเกี่ยวกับคุณสมบัติและค่าของวัสดุนำต่างๆ นำเราไปสู่การพัฒนาที่แม่นยำและการเลือกตัวนำเพื่อส่งผ่านสัญญาณที่เฉพาะเจาะจง แม้ว่ามันอาจจะไม่ชัดเจน แต่สัญญาณเสียงทุกประเภทมีความแตกต่างกัน มีลักษณะเฉพาะตัวที่ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนตามวัตถุประสงค์การใช้งาน MORRE มีตัวนำทั้งทองแดง Ohno หล่อแบบไร้รอยต่อ ความบริสุทธิ์ 99.9999% กับเงินบริสุทธิ์ 99.9999% ตลอดจนทองแดงเคลือบเงินบริสุทธิ์ และทองแดง OFC เพื่อให้มั่นใจว่าจะรักษาความบริสุทธิ์ของสัญญาณได้สูงสุด เราเลือกขนาด, การผสมผสาน และการกำหนดค่าของตัวนำเหล่านี้ โดยขึ้นอยู่กับประเภทของสัญญาณ เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานแบบเฉพาะเจาะจง

นอกจากนี้ยังมีการออกแบบโครงสร้างให้มีการแดมป์แรงสั่นสะเทือนด้วย และยังมีการใช้เทคนิคการเชื่อมต่อสายโดยไม่ใช้การบัดกรี และมีการใช้สัญญาณไฟฟ้าแรงดันสูงมากมาช่วยจัดเรียงทิศทางการวิ่งของสัญญาณในสาย พร้อมทั้งยังทำการเบิร์นสายมาเป็นเวลาอย่างน้อย 3-4 วัน เพื่อให้มั่นใจได้ว่า สาย Audience frontRow ทุกเส้น พร้อมใช้งานทันที

ในส่วนของการทดลองฟัง สายลำโพง Audience frontRow ถูกนำไปเปลี่ยนเข้าในชุดอ้างอิงประจำที่ประกอบด้วย dCS Paganini Digital Frontend ใช้งานกับปรี Mark Levinson No.32 กับเพาเวอร์แอมป์ Classe’ CA-M600 เพื่อส่งพลังขับผ่านสายลำโพง Audience frontRow ไปยังลำโพง Martin Logan Renaissance ESL 15A 

เริ่มต้นด้วยเพลงของ Palmy “แปดโมงเช้าวัน-อังคาร” ที่มีความรู้สึกแปลกไปกว่าที่เคยฟัง คือเหมือนเสียงกีตาร์มายืนอยู่หน้าแนวลำโพงขวา บองโกอยู่หลังลำโพงซ้ายไปเล็กน้อย และนักร้องยืนอยู่ระนาบลำโพง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เหมือนนั่งแถวหน้ามากกว่าที่คุ้นเคย แต่เสียงก็ไม่ได้มีอาการสดกร้าว จัดจ้านเสียดแทงหู เหมือนอย่างสายลำโพงที่มีเสียงฟอร์เวิร์ดมาด้านหน้าแต่อย่างใด แค่เหมือนเรานั่งใกล้วงดนตรีมากขึ้นเฉยๆ 

เพลง “ช่วยมารับฉันที” ต้นเพลงที่มีเสียงเครื่องดนตรีอยู่ลึกเข้าไป ก็พบว่าอยู่ลึกเลยผนังหลังห้องได้ และเสียงลมพัดที่ด้านหลังซ้ายของคนนั่งฟังก็สามารถหลุดลอยออกมาอยู่ด้านหลังคนนั่งฟังได้เหมือนมีลำโพงเซอราวด์ เสียงไฮแฮทที่มิกซ์เสียงมาอยู่หน้าลำโพงขวา ก็อยู่ตรงข้ามกับเสียงสแนร์ที่อยู่หน้าลำโพงซ้ายก็สามารถวางตำแหน่งหลุดออกมาด้านหน้า กว้างกว่าตำแหน่งลำโพงเล็กน้อย ดังนั้นจะว่าเสียงแบนติดตู้อยู่แถวระนาบลำโพงก็คงไม่ใกล้เคียงแน่นอน เพราะ Audience frontRow สามารถให้ความเป็นสามมิติได้ถูกต้องดี 

กับเพลง “คิดถึง” นี่เหมือนนั่งติดขอบเวทีในผับกันเลยทีเดียว เสียงร้องมาอยู่หน้าลำโพงเหมือนผมกำลังนั่งอยู่ห่างจากนักร้อง Palmy แค่ราวๆ 3 – 4 เมตรเท่านั้น กับ Pat Coil: Step พบว่า โทนเสียงมีความอิ่มหนา กระเดื่องกลองลูกใหญ่แน่นดี แต่การปลดปล่อยไดนามิกในการสวิงดังเบาของหัวเสียงมีการประนีประนอมอยู่บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องมีข้อจำกัดบ้างกับสายในระดับราคานี้ เรียกว่ายังอยู่ในค่าเฉลี่ยอยู่ การวางรูปวงเหมือนเป็นสะพานเชื่อมนักฟังรุ่นใหม่ที่ก้าวมาจากการฟังหูฟังที่เสียงต่างๆ มีราย-ละเอียดดี และมีโทนเสียงน่าฟัง แต่การกระจายตัวของรูปวงที่เป็น 3 มิติยังมีข้อจำกัด เมื่อมาเล่น frontRow จะได้คุณภาพเสียงแนวเดียวกับหูฟังคือ มีรายละเอียด มีความอิ่มหนา หนักแน่น แต่จะได้การกระจายตัวเป็น 3 มิติที่เหนือกว่าหูฟังมาก เน้นนำเสนอในรูปของการเข้าไปนั่งท่ามกลางวงดนตรีหรือติดหน้าเวที ซึ่งอาจจะแปลกในความรู้สึกของผู้ชอบเสียงที่ลึกเข้าไปด้านหลังมากๆ อย่างการชมคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิกที่มักไม่ได้นั่งแถวหน้าสุด แต่จะนั่งห่างออกมาเพื่อฟังภาพรวม 

เมื่อลองฟัง Pirates Of The Caribbean Medley Live จากอัลบัม Hans Zimmer Live In Prague พบว่าไม่ได้เป็นการนั่งชมคอนเสิร์ตในฮอลล์ที่วงอยู่ไกลออกไปเป็นสิบๆ เมตร ฉีกรูปวงถ่างซ้าย-ขวา เลยผนังห้องไปหลายๆ เมตร ให้รู้สึกถึงโถงขนาดใหญ่ของสถานที่แสดงคอนเสิร์ต แต่เป็นการนำเสนอแบบใกล้ชิด เสียงใหญ่โอบล้อมผู้ฟัง ได้ยินเมโลดี้ต่างๆ อย่างชัดเจน แต่จะไม่ได้รับรู้ขนาดของโถงฮอลล์แสดงมากนัก คือยังมีการไล่ลำดับความกว้าง-ลึกของรูปวงให้สัมผัสอยู่ แค่มันไม่ได้แสดงขนาดความใหญ่ของคอนเสิร์ตฮอลล์ที่ควรมีขนาดหลายสิบเมตรออกมาเท่านั้นเอง 

กับเพลงแนวนักร้องหญิงเสียงหวานๆ ที่หลายท่านชอบเล่นกับแอมป์หลอด แล้วพรรณนาว่าหวานหยดย้อยดุจนักร้องมานั่งตักร้อง อย่างเช่น อรวี สัจจานนท์ เพลง “กระซิบสวาท” เรียกได้ว่าต้องถูกใจสายเส้นนี้มากๆ เพราะถ้าจะให้มีสายเส้นไหนที่สามารถเรียกได้ว่ามานั่งตักกระซิบข้างหูกันได้ก็คงต้องเป็น frontRow เส้นนี้นี่เอง พาลให้นึกลองหยิบ “Danny Boy” หรือ “Ava Maria” และอีกหลายๆ เพลงจาก Celtic Woman ก็จะพบเสียงร้องที่ลอยเด่น เต็มอิ่มนวลเนียนรื่นรมย์เป็นอย่างยิ่ง ขอปิดท้ายด้วย “Come Away With Me” Norah Jones เสียงร้องมีความชัดเจน มีรายละเอียดของการเลี้ยงลมหายใจให้ได้ฟังเป็นอย่างดี เสียงเปียโนมีหัวเสียงที่นุ่มนวลลง และมีบอดี้ใหญ่ขึ้น ทำให้เน้นผ่อนคลาย

สรุป 

Audience frontRow เป็นสายลำโพงที่มีบุคลิกน่าสนใจคือ มีความอิ่มหนา นุ่มนวล น่าฟัง สวนทางกับขนาดหน้าตาที่ดูเพรียวบาง เหมาะกับเพลงแนวหลงเสียงนางทั้งหลายได้เป็นอย่างดี ถ้าคุณเป็นคนที่เน้นฟังเพลงเพื่อความผ่อนคลาย ชอบฟังเสียงนักร้องหญิงมาร้องใกล้ๆ ติดขอบเวที Audience frontRow เป็นสายลำโพงที่คุณควรต้องลองฟังให้ได้ เพราะคงมีสายลำโพงอยู่ไม่กี่เส้นบนโลกนี้ที่จะทำให้คุณมีความใกล้ชิดนักร้องประดุจมานั่งตักร้องเพลงหวานๆ ให้คุณฟังเป็นการส่วนตัวมากไปกว่า Audience frontRow นี้อีกแล้ว ใกล้ชิดระดับ frontRow จริงๆ. ADP

ราคาพิเศษ 228,000 บาท
จัดจำหน่ายโดย HIGH END GALLERY – THE NINE พระราม 9
โทร. 0-2056-7934, 086-252-2429
HIFI STUDIO – CDC SHOPPING CENTER
โทร. 087-070-1685

นิตยสาร AUDIOPHILE VIDEOPHILE ฉบับที่ 269