ธีรวัฒน์
ธีรวัฒน์
โชติสุด

ถ้าจะบอกว่า ตั้งแต่คลุกคลีในวงการเครื่องเสียงมาหลายปี ผมคุ้นเคยและได้ฟังลำโพง Paradigm จริงๆ จังๆ ก็คือรุ่น Atom เท่านั้น และเป็นเวอร์ชั่นแรกๆ สมัยวางตลาดใน ยุคแรกๆ อีกต่างหาก หลังจากนั้นแทบไม่ได้สัมผัสลำโพง Paradigm แบบจริงๆ จังๆ อีกเลย จึงไม่ค่อยรู้ว่า ปัจจุบันลำโพง Paradigm มีรุ่นอะไรบ้าง แถมพอมีนักเล่นมาถามเสียงของ Paradigm ว่าเป็นอย่างไร ถ้าจะให้ตอบ ผมคงเดาส่งเดชอย่างเดียวแน่ๆ เลยเลี่ยงว่าก็ลองฟังดูเอาครับ เพราะไม่ค่อยคุ้น หรือได้ฟังเท่าไหร่เลย 

มาสะดุดลำโพง Paradigm Persona B ก็ในงาน BAV HI-END SHOW 2017 นี่แหละ รู้สึกแปลกใจว่า Paradigm ทำตัวตู้แบบนี้ด้วยเหรอ ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าซีรี่ส์ Persona จะเป็นซีรี่ส์ที่เขาตั้งใจผลิตและออกแบบมาเพื่อตลาดไฮเอ็นด์โดยเฉพาะ ถ้าไม่ ได้คุยกับน้องพนักงานที่นั่งเฝ้าบูธ Paradigm ในงานที่ผ่านมา ผมสอบถามว่าเป็นอย่างไร บ้างสำหรับตลาด Paradigm ในบ้านเรา เขาก็บอกก็เรื่อยๆ ยิ่งตัวที่เห็น (ชี้ไปยังลำโพงใน ซีรี่ส์ Persona) ราคากระโดดขึ้นมาแพงมาก เพราะต้องการยกระดับตัวเองเข้าสู่ไฮเอ็นด์ ทำให้ขายได้ยากขึ้น คู่แข่งค่อนข้างเยอะเสียด้วย 

ณ ตอนนั้น ผมยังไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก จนรู้ว่าจะมีการส่งลำโพง Paradigm Persona B มาให้ทดสอบ ผมเริ่มหาข้อมูลต่างๆ ก็พบว่า ลำโพงรุ่นนี้ไม่ธรรมดา ที่ไม่ธรรมดาไม่ใช่เพราะยังผลิตในประเทศแคนาดาเท่านั้น แต่ใช้เวลาคิดพัฒนากว่า 5 ปี ทั้งทวีตเตอร์และมิดเร้นจ์/เบสยูนิต ใช้วัสดุเบริลเลียม ซึ่งโดยความรู้สึกส่วนตัวแล้ว ผมค่อนข้างชอบมากๆ สืบเนื่องจากลำโพงจากประเทศญี่ปุ่นวินเทจก็ล้วนใช้ทวีตเตอร์ และมิดเร้นจ์/เบสยูนิตที่ทำจากเบริลเลียมเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Yamaha NS-1000 ฟังค่อนข้างบ่อยทีเดียว ณ ช่วงนั้น ญี่ปุ่นถือว่าเป็นเจ้าแรกๆ ที่นำเบริลเลียม มาใช้ในงานด้านออดิโอ โดยช่วงแรกเริ่มที่มีการพัฒนาเบริลเลียมมาใช้ในงานออดิโอ ก็น่าจะประมาณยุคปี 1970 นั่นก็ 47 ปีผ่านมาแล้ว 

การนำเบริลเลียมมาใช้ เท่ากับว่าคือการเปลี่ยนการออกแบบลำโพงของ Paradigm ที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง ทางผู้ออกแบบของ Paradigm พบว่า การใช้ทวีตเตอร์เบริลเลียม จะช่วยให้การตอบสนองความถี่เสียงสูงมีความโปร่งกระจ่างขึ้น โฟกัสชัดเจนกว่า และไดนามิกทรานเชี้ยนต์ก็ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วมากกว่าแบบอื่น เสียงจึงเต็มไปด้วย รายละเอียดมากยิ่งขึ้น ส่วนมิดเร้นจ์/เบสนั้น ประโยชน์ที่จะได้จากการใช้เบริลเลียมก็คือ เสียงมีความถูกต้อง และตอบสนองได้อย่างราบเรียบ ไม่มีสีสันโดยสิ้นเชิง ความผิดเพี้ยน ของเสียงต่ำให้ฮาร์มอนิกส์ของเสียงออกมาค่อนข้างดี 

ไม่ใช่แต่เพียงคิดค้นเรื่องเบริลเลียมเท่านั้น วัสดุที่ครอบเสมือนหน้ากากป้องกันทวีตเตอร์และมิดเร้นจ์/เบส ทาง Paradigm เรียกว่า Perforated Phase-Aligning (PPA) นอกเหนือจากการใช้ป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดต่อตัวดอกของลำโพงแล้ว ตัวนี้ยังช่วยป้องกันการเกิด Out of Phase ของลำโพงอีกด้วย เพื่อช่วยให้เสียงมีความต่อเนื่องตอบสนองได้ราบเรียบมากยิ่งขึ้น

ตัวตู้ลำโพงในซีรี่ส์นี้ประกอบด้วยไม้ HDF ถึง 7 ชั้น ตัวตู้มีลักษณะโค้งมนเรียวไปด้านหลังเพื่อลดเรโซแนนซ์ภายในตัวตู้ลำโพง ตัวฐานของลำโพงก็แตกต่างจากลำโพงอื่นทั่วไป ที่เหมือนยกขึ้นมาขนานกับด้านบนที่ลาดเอียงขึ้น ขั้วต่อสายลำโพงขนาดใหญ่คุณภาพดีมาก มีคาร์บอนไฟเบอร์หุ้มที่ขั้วลำโพงอีกชั้นหนึ่ง ลำโพงมีให้เลือกสีได้ 4 แบบ คือ Vanta Black, Harmony White, Sonic Silver และ Aria Blue ลำโพงที่ผมได้รับมาเป็นสี Sonic Silver ตัวตู้เคลือบเงาแวววาว มีความสวยงามมาก

เซ็ตอัพ

เรื่องสำคัญที่สุดของลำโพงคือ การเซ็ตอัพและแม็ตซิ่งซิสเต็มกว่า 60% ลำโพงจะมีคุณค่าหรือหมดราคาก็ขึ้นอยู่กับการเซ็ตอัพหาตำแหน่งการวางของลำโพงให้ลงตัวนี่แหละ ระยะห่างอ้างอิงจากห้องหนึ่งก็ไม่สามารถนำไปใช้กับห้องอื่นๆ ได้เช่นกัน ซิสเต็มที่แตกต่างกัน สภาพห้องที่แตกต่างกัน คือปัจจัยหลักสำคัญซึ่งส่งผลให้ระยะการเซ็ตอัพในแต่ละห้องไม่เหมือนกัน ถึงแม้ว่าห้องแตกต่างกัน ซิสเต็มแตกต่างกัน ระยะแตกต่างกัน แต่ลำโพงยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกัน ไม่ว่าจะอยู่ห้องไหน ซิสเต็มอะไร จะต้องมีบุคลิกเสียงหลักๆ ของลำโพงคล้ายคลึงกันเสมอ

เริ่มต้นการเซ็ตอัพลำโพง Paradigm Persona B ก็ต้องเริ่มจากขาตั้งลำโพงก่อน แต่เที่ยวนี้ไม่ต้องกังวลมากนัก เพราะทาง Paradigm เองก็มีขาตั้งลำโพงรุ่น STAND B-29 ซึ่งเป็นขาตั้งที่ออกแบบมาสำหรับ Persona B โดยเฉพาะ

แตกต่างจากขาตั้งอื่นๆ ในท้องตลาดหรือเปล่า 

แตกต่างกันครับ อย่างแรกก็คือ ขาตั้งเมื่อรวมสไปก์แล้ว ความสูงของขาตั้งประมาณ 30 +/- (ซม.) ระยะที่แตกต่างกันก็อาจจะเกิดจากการปรับระยะสูงต่ำของสไปก์ หรือว่ามีจานรองเดือยแหลมของสไปก์หรือเปล่า แนะนว่าควรมีตัวรองสไปก์ด้วยเพราะมีปลายสไปก์ที่แหลมมาก ระยะความสูงของขาตั้งลโพงขนาดนี้ เมื่อวางลโพง Persona B ลงไป ระดับของทวีตเตอร์ก็จะสูงใกล้เคียงกับระดับหูพอดี แตกต่างจากการใช้ขาตั้งขนาด 24 นิ้วอื่นๆ ทั่วไปที่ระดับทวีตเตอร์ของลโพงจะต่ำกว่าหู แต่เมื่อใช้ขาตั้ง B-29 ผมพบปัญหา 2 อย่าง อย่างแรก… สกรูที่ยึดเพลตไม่ได้เสมอกับตัวเพลตเลย ลองขันใหม่เพื่อจะให้ลงได้สุดก็ไม่สุดครับ ไม่แน่ใจว่าจะเป็น Defect เฉพาะตัวที่ผมได้รับมาหรือเปล่า ก็ต้องลองตรวจสอบดูครับ การที่สกรูไม่ได้จมไปเสมอกับตัวเพลตจะทให้วางลโพงไม่ราบเรียบสนิทนัก ผมต้องแก้โดยนดินน้ำมันบลูแท็กมาปั้นเป็นก้อนปิดเอาไว้ และใช้สหรับยึดลโพงด้วย ปัญหาที่สองที่ตามมาก็คือ ตัวเพลตของขาตั้งมีขนาดเล็กกว่าฐานของลโพงค่อนข้างเยอะทีเดียว และลโพงเองก็มีน้ำหนักค่อนข้างมาก การวางก็ต้องเลือกให้น้ำหนักทั้งหมดของลโพงลงบนเพลตทั้งหมดเพื่อให้ลโพงวางได้ค่อนข้างนิ่ง

หรับการเลือกแอมป์ที่ต้องการขับนั้น Paradigm Persona B เป็นลโพงที่ขับไม่ได้ยาก แต่เท่าที่ลอง ผมรู้สึกว่าเสียงที่ได้จากอินทิเกรตแอมป์หลอด Unison Research Simply Italy ค่อนข้างลงตัวมากกว่า แม้ว่าแรกๆ เสียงจะแข็งๆ ไปหน่อย เหมือนขับเบสไม่ออก นั่นก็หมายถึงต้องอาศัยเวลารันอินกันมากขึ้น ที่จริงลโพงคู่นี้ของ Paradigm ผมมองว่าต้องเล่นกันอย่างต่ำ 200 ชั่วโมงขึ้นไปโน่นแหละ ถึงจะพร้อมสแดงทุกอย่างออกมาได้อย่างเต็มที่ ณ เวลาที่ลโพงคู่นี้มาถึงมือผมนั้น ผมยังเล่นไม่ถึง 200 ชั่วโมงเลย ไม่แน่ใจว่าก่อนหน้านี้ทางผู้นเข้าได้เปิดบ้างหรือเปล่า แต่ถึงชั่วโมงนี้ก็ฟังได้ดีกว่าแรกๆ พอควรแล้ว 

แนะนำเพิ่มเติมครับ ว่าการรันอินลำโพงที่ดีที่สุด ก็คือ การฟังไปเรื่อยๆ ครับ และไม่ต้องเปิดดังมากนัก เปิดระดับโวลุ่มต่ำเบาๆ ให้พอได้ยินเสียงไปเรื่อยๆ แล้ว ค่อยมาสลับเปิดดังระดับปกติบ้างเป็นช่วงๆ ไม่แนะนำรันอินลำโพงด้วยการเปิดเสียงที่ดังมากเกินไปครับ 

เรื่องตำแหน่งการวางลำโพงคู่นี้ ขอแนะนำว่าให้หาตำแหน่งของลำโพงห่างจากผนังด้านหลังก่อน โดยควร จะหาตำแหน่งจากระยะผนังหลังให้ลำโพงได้เสียงเบสที่ใหญ่มากที่สุดก่อน แล้วค่อยหาระยะห่างจากผนังด้านข้างเพื่อให้เสียงออกมากระจ่าง การหาตำแหน่งของลำโพงให้เสียงออกมาใหญ่ค่อนข้างสำคัญมากๆ สำหรับลำโพง Paradigm Persona B คู่นี้ เพราะมิฉะนั้นเมื่อเบสออกมาน้อย เสียงจะออกไปทางสดทีเดียว เนื่องจาก เสียงพวกวัสดุเบอริลเลี่ยมโทนจะออกไปทางนั้นอยู่แล้ว อีกทั้งการทำงานของเบริลเลียมค่อนข้างไวด้วย 

ลำโพงคู่นี้ต้องโทอินครับ จึงจะให้เสียงออกมาเป็น 3D และรายละเอียดของเสียงออกมาชัดเจนมากกว่า การโทอินก็เป็นการวัดเรื่องการเซ็ตอัพลำโพงเหมือนกัน ว่าสามารถเซ็ตหาเบสที่ดีที่สุดได้หรือเปล่า หากหาไม่ได้ แล้วโทอินเสียงก็จะสดหยาบเลย บางครั้งจึงมักจะเลี่ยง โดยการวางลำโพงหน้าตรงแทน สำหรับ Paradigm Persona B ผมลองเซ็ตหลายแบบ การโทอินจะให้เสียงออกมาดีมากที่สุด 

มุมโทอินเท่าไหร่? ตอนแรกก็วางหน้าตรงๆ ก่อน แล้วลองโยกตัวดูว่าตำแหน่งไหนให้เสียงออกมาดีที่สุด ก็หันลำโพงไปยังตำแหน่งที่เราคิดว่าเสียงร้องดีที่สุด และอย่าลืมโยกซ้ายขวาเพื่อเช็คระยะความสูงของลำโพง 2 ข้างเท่ากันหรือไม่ด้วยนะครับ หากโยกซ้ายและขวาแล้วตำแหน่งเสียงร้องไม่เท่ากัน ก็แสดงว่าระยะ ความสูงของลำโพงไม่เท่ากัน หรือไม่ก็มีลำโพงข้างหนึ่ง ไม่หน้าลำโพงหงายขึ้นก็ทิ่มลงครับ 

คุณภาพเสียง 

Paradigm Persona B เป็นลำโพงวางขาตั้งที่ให้ เสียงแตกต่างลำโพงทุกคู่ที่ฟังมา คือตอบสนองความถี่เสียงได้อย่างรวดเร็วฉับไวมาก ปกติลักษณะเสียงแบบนี้ เท่าที่ผมเคยเล่นมา ลำโพงคู่นั้นต้องใช้งานร่วมกับ Super Tweeter หรือไม่ลำโพงคู่นั้นต้องใช้ทวีตเตอร์แบบริบบอน แต่สำหรับ Paradigm Persona B ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องพึ่ง Super Tweeter เลย นับเป็นลำโพงที่ตอบสนองเสียงได้อย่าง รวดเร็วฉับไวจริงๆ เทียบกับลำโพงวางขาตั้ง Raidho C1.1 ซึ่งผมเคยฟังก่อนหน้านี้ ถือเป็นลำโพงวางขาตั้ง ที่ตอบสนองความถี่เสียงได้เร็วแล้วนะครับ ในแง่ของ ความไวในการตอบสนองความถี่เสียง ทั้ง Paradigm Persona B กับ Raidho C1.1 แทบจะใกล้เคียงกันเลย 

ถามว่า ตอบสนองความถี่เสียงได้รวดเร็วฉับไว แล้วมีประโยชน์อะไร ลำโพงอื่นก็ฟังเพลงได้เหมือนกัน 

หากฟังลำโพงวางขาตั้งคู่อื่นๆ แล้วเปลี่ยนมาฟัง Paradigm Persona B ข้อแตกต่างแรกที่ได้ยินคือ รายละเอียดของเสียงจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน รู้สึก ได้เลยว่า ในแง่รายละเอียดของเสียงต่างๆ จากลำโพง Paradigm Persona B ให้ออกมาอย่างมากมาย ชนิด ที่ว่าเสียงบางเสียงที่ได้ยินไม่ชัดก็จะได้ยินออกมาอย่าง ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และรายละเอียดที่ว่าก็ไม่ได้จำเพาะเจาะจงแค่ย่านความถี่บางความถี่เท่านั้น รายละเอียดของเสียงสามารถแจกแจงออกมาได้ทุกย่านความถี่เสียง เลยทีเดียว จนผมแปลกใจในรายละเอียดของเสียงที่ส่ง ออกมาอย่างมาก 

แผ่นซีดี Antonio Forcione& Sabina Sciubba – Meet Me In London ทั้งรายละเอียดของเสียง ร้องและเสียงกีตาร์นั้น ทำให้รู้สึกความสมจริงสมจัง ของเสียงมากยิ่งขึ้น เสมือนว่าทั้งนักกีตาร์และนักร้องมานั่งเล่นนั่งร้องในห้องฟังเลยทีเดียว ถ้าจะมองให้เห็นภาพก็เสมือนว่า การฟังเพลงจากแผ่นซีดีก่อนหน้านี้ เหมือนตัวผมนั่งฟังค่อนข้างห่างจากนักดนตรีและนักร้องมาก แต่เมื่อฟังจากลำโพง Paradigm Persona B เสมือนว่าจุดนั่งฟังย่นระยะลงมาอยู่ใกล้ชิดกับนักร้อง นักดนตรีมากยิ่งขึ้น 

เสียงกระตุกเส้นสายกีตาร์ ความเข้ม น้ำหนัก รายละเอียดของเสียง และเสียงความถี่ต่ำที่เกิดจากการ สั่นสะท้อนภายในกีตาร์โปร่งได้ยินอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น การสั่นสลายของเส้นสายกีตาร์ หรือรายละเอียดของ เสียงร้องก็ยังชัดเจนมากขึ้นด้วย ความแตกต่างอื่นที่ได้ยินเพิ่มขึ้นมาก็คือ ไดนามิกเรนจ์ของเสียง ผมรู้สึกได้ถึงไดนามิกเรนจ์ของเสียงที่กว้างและมีอิสระมากยิ่งขึ้น บางส่วนของต้นโน้ตก่อนหน้านี้เคยรับรู้ถึงพีคเสียงระดับหนึ่ง แต่เมื่อฟังจาก Paradigm Persona B มีการเพิ่มระดับพีคในส่วนต้นโน้ตของไดนามิกนั้นให้ยาวขึ้น และมีอิสระมากยิ่งขึ้น เพราะบางแผ่นบางเพลงที่ช่วงดนตรีมีความสลับซับซ้อนทางโน้ตดนตรีที่เกิดจากเครื่องดนตรีต่างๆ มากมาย เรายังได้ยินเสียงที่มีรายละเอียดและไดนามิกของเสียงต่างๆ ได้ชัดเจน มีตัวตน และโฟกัสของเสียงที่นิ่งมาก ไม่มีอาการวูบวาบ หรือฟังเสียงดนตรีต่างๆ ไม่ชัดเลย 

เทียบกับลำโพงบางคู่ซึ่งไม่ได้ตอบสนองได้อย่าง Paradigm Persona B การจะให้รายละเอียดของเสียงและไดนามิกต่างๆ ออกมาได้ดียิ่งขึ้นนั้น ส่วนใหญ่เราสามารถเข้าถึงสภาวะอารมณ์และความรู้สึกแบบนั้นได้ 3 วิธี คือ… ระบบไฟฟ้า, สายไฟเอซี, สายนำสัญญาณและการเซ็ตอัพลำโพง แต่อย่างหลัง การเซ็ตอัพลำโพงคือด่านสุดท้ายที่สำคัญมากที่สุด ยิ่งช่วงพีคๆ หากว่าเซ็ตอัพลำโพงโดยที่ทวีตเตอร์ไม่อินเฟสกัน เมื่อดนตรีโหมดังขึ้นและเปิดดังๆ เสียงก็จะหยาบกร้าน สดขึ้นมาเลย ทางแก้ส่วนใหญ่ที่ทำกันคือ วางลำโพงหน้าตรงแทน สิ่งเหล่านี้แตกต่างจาก Paradigm Persona B โดยพื้นฐานเป็นลำโพงตอบสนองเรื่องนี้ได้ดีอยู่แล้ว แม้ว่าจะวางไม่ดี หรือไม่ได้ใช้สายไฟเอซีดีๆ หรือระบบไฟฟ้าดีๆ เสียงก็ยังออกมาดี ทั้งในเรื่องไดนามิกและรายละเอียด สิ่งข้างต้นผมพิสูจน์โดยใช้อินทิเกรตแอมป์ Rega Mira 3 ขับลำโพง Paradigm Persona B โดยที่ลำโพงวางบนโต๊ะทำงาน แล้ววางลำโพงห่างออกไป 0.70 เมตรจากระยะขอบโต๊ะ และลำโพงวางห่างกัน 1.0 เมตรโดยประมาณ นำไม้มารองลำโพงด้านหน้าเพื่อปรับมุมเงยให้ลำโพงเงยหน้าขึ้นมาหน่อยหนึ่ง และลำโพงก็ปรับโทอินมานิดหน่อย

อินทิเกรตแอมป์ Rega Mira 3 ที่ใครบ่นว่าเสียงนุ่ม ฟังได้เรื่อยๆ อิมแพ็คแทบไม่มีนั้น เมื่อมาเจอกับลำโพง Paradigm Persona B แล้ว ไดนามิกเสียงตอบสนองได้อย่างฉับไวมาก เหมือนไม่ใช่เสียงจาก Rega Mira 3 ที่ผมเคยฟังมาก่อนเลย อิมแพ็คกระแทกดีมากๆ ทีเดียว เนื้อเสียงใหญ่หนักแน่นดีแท้ รายละเอียดของเสียงให้ออกมาดีมากๆ โดยเฉพาะเสียงร้องทำได้น่าฟังยิ่งขึ้น การจับคู่กันระหว่างลำโพง Paradigm Persona B และ Rega Mira 3 คู่นี้ ความสดของย่านความถี่เสียงแทบไม่มีเลย ทำงานได้แม็ตช์กันดีมากๆ บอกได้เลยว่ายิ่งได้แอมป์กำลังขับสูงๆ เสียงก็จะยิ่งดี ไม่ว่าจะเป็นแอมป์หลอดหรือแอมป์โซลิดสเตทก็ตาม

กลับมาถึงเรื่องไดนามิกเสียงจากการจับคู่กับอินทิเกรตแอมป์ Rega Mira 3 ต่อ เมื่อนำมาขับลำโพง Paradigm Persona B ซึ่งวางบนโต๊ะทำงานนั้น จาก แผ่นซีดีคลาสสิก 2 แผ่น คือ… แผ่นซีดีสังกัด Reference Recordings และแผ่นซีดีจาก Classic Compact Disc ช่วงที่ดนตรีโหมขึ้นมาหลายๆ ชิ้น ไดนามิกของเสียง เครื่องดนตรีก็ยังคงให้ออกมาได้อย่างชัดเจน หัวเสียง อิมแพ็ค ความเข้มของพีคเสียง และรายละเอียดของ เสียง ก็ยังให้ออกมาดีมากเช่นกัน เมื่อลำโพงตอบสนองออกมาได้ดี และขับได้ค่อนข้างง่าย น่าแปลกใจตรงที่ว่า ก่อนหน้านี้ อินทิเกรตแอมป์อย่าง Rega Mira 3 มักคุม โทนเสียงเอาไว้ กลายเป็นว่าลำโพงอย่าง Paradigm Persona B ต่างหากที่คุมโทนเสียงของซิสเต็มเอาไว้ แสดงว่า Paradigm Persona B ให้เสียงที่มีความเป็น ตัวตนค่อนข้างสูงมากทีเดียว 

นั่งนับดูว่า ในบรรดาลำโพงวางขาตั้งทั้งหลาย มีกี่คู่ที่ให้เบสใหญ่และมีคุณภาพ คือให้เสียงไม่ได้ แตกต่างจากลำโพงตั้งพื้นเลย ณ ตอนนี้ หนึ่งในลิสต์ ที่ว่านั้นก็มี Paradigm Persona B อยู่ในลิสต์ทำเนียบลำโพงวางขาตั้งที่ให้เสียงเบสใหญ่เกินตัว และมีคุณภาพที่ดีอย่างแน่นอน นิยามของเสียงเบสใหญ่สำหรับผมนั้น ไม่ได้หมายความว่าให้เสียงใหญ่ หนักแน่น และมีเนื้อเสียงเข้ม แต่คุณภาพนั้นต้องอยู่ที่การควบคุม ได้ง่าย และต้องทำงานได้อย่างฉับไวด้วยเช่นกัน เสียงใหญ่ก็จริง แต่ไดนามิกของเสียงตอบสนองได้อย่างเชื่องช้า อันนี้ก็ไม่นับว่าเป็นเบสที่ดีและมีคุณภาพได้ หรอกนะครับ มิดเรนจ์/เบสยูนิตของ Paradigm Persona B มีขนาด 7 นิ้ว ซึ่งถือว่ามีขนาดที่ใหญ่พอตัว และเป็นขนาดที่สามารถปั๊มพลังงานของคลื่นความถี่ต่ำๆ ออก มาได้ชนิดที่ไม่ต้องกังวลเลยว่าเบสจะเล็ก 

คุณภาพของย่านความถี่ต่ำParadigm Persona B ให้เสียงออกมาใหญ่เกินตัว และพลังงานที่ออกมา พร้อมกับคลื่นความถี่เสียงต่ำนั้น บางครั้งก็ให้ออกมาดีกว่าลำโพงตั้งพื้นบางคู่เสียอีก นอกเหนือจากมวลเสียงที่ใหญ่ หนักแน่น และเนื้อเสียงข้นเต็มไปด้วยคุณภาพการตอบสนองความถี่เสียงต่ำก็ยังตอบสนองได้อย่างถูกต้องและฉับไว ซึ่งแตกต่างจากลำโพงวางขาตั้ง 2 ทาง บางคู่ที่ให้เนื้อเสียงเบสใหญ่ แต่นั่นคือบุคลิกเสียงของลำโพงในตัวของลำโพง เมื่อฟังเพลงแนวอื่นก็ยังได้ยินเสียงที่มีความหนาของเสียงปนเข้าไปในย่านความถี่เสียงอื่นๆ เช่นกัน ดูง่ายๆ ลำโพงลักษณะนี้ เวลาฟัง เสียงร้องของนักร้องผู้หญิงที่คีย์เสียงอยู่ในช่วงเฮดโทน เวลาฟังลำโพงที่เบสใหญ่และอมเนื้อเยอะ ความใสของเสียงนักร้องจึงไม่ค่อยแสดงออกมาเท่าไรนัก ฟังแล้วเสียงไม่ได้โปร่งหรือนักร้องมีแก้วเสียงที่สดใสเลย ซึ่งแตกต่างจาก Paradigm Persona B ความหนักแน่นพละกำลังความถี่เสียงต่ำจะเป็นไปตามแผ่นตามซอฟต์แวร์ คือแผ่นไหนเสียงเบสออกมาใหญ่หนักแน่น ก็เป็นไปตามสัญญาณที่บันทึกมา แผ่นไหนเน้นเสียงร้อง ไม่ได้เน้นเรื่องเบส พละกำลังความถี่เสียงต่ำที่เคยได้ยิน ก็หายไปตามแผ่นที่บันทึกเสียงมาเช่นกัน ไม่ได้อมเนื้อไปตลอด 

จากแผ่นซีดีของ Charly Antolini และแผ่น Dafos ของ Mickey Hart พละกำลังของเสียงที่ Paradigm Persona B ให้ออกมาเสมือนว่าไม่ได้มาจากลำโพงวางขาตั้งเลย หลายคนอาจจะวัดเรื่องปริมาณของเบสที่ออกมา มวลเสียงของความถี่เสียงต่ำที่ออกมา แต่ผมจะวัดด้วย กัน 3 เรื่อง นั่นก็คือความฉับไว รายละเอียดของเสียง เพราะหากพูดว่าเบสดี มวลและปริมาณนั้น มันต้องดีและให้ออกมาใหญ่อยู่แล้ว แต่เรื่องความฉับไวและรายละเอียดจะบ่งบอกว่าสามารถเก็บตัวและตอบสนองได้ไวขนาดไหน ซึ่งเรื่องนี้ Paradigm Persona B ทำได้ดีอย่างไม่มีที่ติเลย รายละเอียดของย่านความถี่เสียงต่ำแจกแจงรายละเอียดได้ดี นับว่า Paradigm Persona B เป็นลำโพงเล็กที่ให้คุณภาพเหล่านี้ออกมาได้ดีมาก แต่สิ่งที่บอกว่าดีและจะเยี่ยมยอดขนาดไหน ผมมักจะวัดกันในทางอ้อม ไม่ได้ทางตรง คือวัดในเรื่องที่สาม ในเรื่องความสามารถตอบสนองในเรื่องความรู้สึกได้หรือเปล่า

หากใครเคยเล่นลำโพงใหญ่ๆ มาก่อน คงพอจะนึกออก ตัวที่บ่งบอกว่าเสียงเบสใหญ่และสมจริงสมจังนั้น มันคือความรู้สึกของคลื่นพลังงานความถี่ต่ำที่มากระทบตัวเรา ทำให้รู้สึกว่าเบสใหญ่ อลังการ และทรงพละกำลังมากๆ เพราะความรู้สึกนี้คือเรื่องโลว์เบสล้วนๆ เป็นการสร้างคลื่นออกมาในความถี่ที่เราได้ยินไม่ชัดเจน แต่เราต้องอาศัยความรู้สึกที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนกว่ามาวัด จากแผ่นซีดี Dafos ร่างกายของผมสัมผัสได้ถึงพละกำลังของคลื่นความถี่ต่ำที่ปั๊มพลังงานส่งมาจาก Paradigm Persona B ได้อย่างต่อเนื่อง และเคลื่อนตัวไหลมากระทบอย่างไม่ขาดสาย ลำโพงวางขาตั้งบางคู่ยังให้ไม่ถึงเลย เรื่องนี้แหละที่บ่งบอกถึงคุณภาพอย่างแท้จริงของนิยามลำโพงวางขาตั้งที่ให้เบสออกมาดี เปรียบเทียบกับลำโพงวางขาตั้งไฮเอ็นด์หลายคู่ที่เคยทดสอบก่อนหน้านี้ยังให้ไม่ได้อย่าง Paradigm Persona B เลย ยิ่งแทร็กที่ 6 คลื่นของพลังงานของย่านความถี่ต่ำไหลมากระทบตลอด ผมเคยฟังเพลงนี้จากลำโพงวางขาตั้งหลายคู่ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้รู้สึกเท่าที่ได้จาก Paradigm Persona B เลย

ลำโพงหากพลังเสียงดีมักจะฟังเพลงไม่ค่อยเพราะ สืบเนื่องจากมักกลายเป็นลำโพงบ้าพลัง แต่สำหรับ Paradigm Persona B ประสบการณ์ที่เคยเจอมาต้องยกเว้นเสียแล้ว เพราะ Paradigm Persona B เป็นลำโพงที่ให้ย่านเสียงกลางไพเราะน่าฟังอย่างมาก ที่บอกน่าฟังอย่างมากก็คือ ไม่ได้พยายามยัดเยียดความไพเราะน่าฟังมากจนกลายเป็นคัลเลอร์ แต่ความไพเราะน่าฟังเกิดจากแผ่นซีดี แผ่นเสียง หรือซอร์สต่างๆ ที่ใช้เล่นมากกว่า หากฟังเสียงร้องจากแผ่นซีดีของ จ้าวเผิง เราก็เข้าถึงความไพเราะจากเสียงทุ้มโทนต่ำซึ่งนอกจากโทนเสียงจะออกไปยังทิศทางที่เคยได้ยินมาจากลำโพงดีๆ Paradigm Persona B ยังเพิ่มเติมในเรื่องรายละเอียดและไดนามิกของเสียงที่หลากหลาย เอาเข้าจริง เสียงร้องจาก จ้าวเผิง ไม่ได้มีโทนใหญ่ทุ้มๆ โทนเดียว ยังมีรายละเอียดและไดนามิกของเสียงให้จับต้องได้ หรือแม้แต่ฟังเพลงจาก Adele เสียงก็แปรเปลี่ยนไปอีกโทนหนึ่งเลย พละกำลังและเร้นจ์เสียงที่ให้ออกมากว้างขวางและไร้ขีดจำกัดจริงๆ

เมื่อเปลี่ยนแผ่นซีดีเป็นของ Shirly Horn – You Won’t Forget Me เสียงร้องก็แปรเปลี่ยนไปอีกอารมณ์หนึ่ง แทบไม่ได้เหลือเสียงที่เคยได้ยินก่อนหน้านี้จาก จ้าวเผิง หรือของ Adele เลย เสียงออกมาโทนไพเราะน่าฟังจริงๆ ยิ่งแผ่นนี้มีนักดนตรีเป็นแขกรับเชิญดังๆ หลายคนทีเดียว อย่างเช่น Miles Davis, Branford Marsalis หรือ Wynton Marsalis เสียงการเป่าของเครื่องดนตรีทองเหลืองนั้นเสมือนจริงมากๆ ทีเดียว

ตั้งแต่ฟังมาหลายๆ แผ่น หลายชั่วโมง แหลมของ Paradigm Persona B ใสละเอียด แทบไม่ต้องกลัวว่าเสียงจะแพ้พวกริบบ้อนทวีตเตอร์เลย เพราะสามารถตอบสนองได้อย่างฉับไวมาก เสียงโปร่ง กระจ่าง และให้รายละเอียดของเสียงดีมากทีเดียว เรื่องเวทีเสียงทั้งด้านกว้างและด้านลึกนั้น กว้างขวางและลึกอย่างไม่น่าเชื่อทีเดียว 

กว่า 5 ปีไม่สูญเปล่า

การเสียเวลาทุ่มเทพัฒนากว่า 5 ปีของ Paradigm ในซีรี่ส์ Persona ถือได้ว่าไม่สูญเปล่า สามารถยึดในทำเนียบลำโพงไฮเอ็นด์อย่างสมศักด์ศรีตามที่ตั้งใจไว้ว่าจะผลิตลำโพงเพื่อตลาดไฮเอ็นด์ แถมยังไม่ต้องเกรงกลัวชื่อเสียงเก่าจากแบรนด์เจ้าตลาดเดิมใดๆ ทั้งสิ้น ต้องยอมรับว่าเป็นลำโพงที่ใช้เวลารันอินค่อนข้างนานสักหน่อย แรกๆ เสียงเบสเหมือนเอาไม้กลองไปตีสังกะสีเลย จริงๆ มันไม่ถึงขนาดนั้น แต่เป็นสำนวนที่ต้องการสื่อสารออกมาให้เห็นภาพเท่านั้น

ผมพยายามมองหาจุดอ่อนในเรื่องคุณภาพเสียง ว่ากันเรื่องตัวลำโพงอย่างเดียว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับขาตั้งใดๆ ทั้งสิ้น ผมหาจุดอ่อนที่ทำให้ผมรู้สึกว่า จุดไหนบ้างที่ Paradigm Persona B สู้แบรนด์อื่นๆ ในท้องตลาดไม่ได้ ผมแทบหาไม่เจอเลย หากจะมีจุดอ่อนก็เห็นว่ามีเพียงข้อเดียวเท่านั้น และไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องเสียงอีกด้วย คือเรื่องที่ Paradigm Persona B ต้องฟันฝ่าต่อไปก็คือ ความนิยมของตัวสินค้าเท่านั้นเอง

จากการลองเล่นทั้งแอมป์หลอดและโซลิดสเตท ผมแนะนำเลยว่ายิ่งกำลังขับจากแอมป์มีคุณภาพ และมีกำลังมากยิ่งขึ้น ย่อมส่งผลให้คุณภาพเสียงสูงยิ่งขึ้นไปอีก ถึงแม้ว่าเป็นลำโพงที่ขับได้ง่ายก็ตาม Paradigm Persona B คือลำโพงวางขาตั้งอีกคู่หนึ่งที่อยากจะบอกว่า เมื่อได้ฟังแล้วจะไม่ฟังลำโพงยี่ห้ออื่นอีกเลย ไม่ได้เพราะเสน่ห์หรือความน่าฟังแต่อย่างไร แต่มาจากคุณภาพของลำโพง Paradigm Persona B ล้วนๆ. ADP 

ราคา 280,000 บาท

นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย บริษัท กันยง จำกัด 
โทร. 0-2653-8866

นิตยสาร AUDIOPHILE VIDEOPHILE ฉบับที่ 242