ธรรมนูญ

แอมป์ตัวเล็กสเป็กพี่ TDAI-1120 อินทิเกรตแอมป์น้องเล็กที่มากประสิทธิภาพจาก Lyngdorf Audio เครื่องเสียงสัญชาติเดนมาร์ ฝีมือการออกแบบของ Peter Lyngdorf ผู้ให้กำเนิด Digital Amplifier ตัวแรกของโลก น้องเล็กตัวนี้คือหนึ่งใน TDAI Series โดยมี TDAI-3400 เป็นพี่ใหญ่ของเครื่องเสียงประเภท ALL in ONE ในยุคนี้

TDAI วางตลาดด้วยพื้นฐานของ Digital Amp ที่ใช้งานแบบอินทิเกรตแอมป์ปกติก็ได้ โดยใช้มือหมุนโวลุ่ม กดปุ่มที่หน้าเครื่องเพื่อเลือกแหล่งสัญญานต้นทาง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นซีดีหรือเครื่องเล่นแผ่นเสียงแบบเดิมๆ แต่ไฮไฟในยุค 5G นี่ ทำอะไรได้มากกว่านั้น เมื่อการใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตสามารถติดปีกให้กับมัน นั่นคือ การฟังเพลง Hi-res ได้ด้วยตัวเอง รวมถึงฟังจากบริการ Music Streaming Service บริการเหมาจ่ายรายเดือน และจากInternet Radio ที่มีให้ฟังนับพันสถานีจากทั่วโลก

TDAI-1120 ผลิตด้วยมือในเดนมาร์ก สุดคุ้มในราคาค่าตัวต่ำกว่าแสน ติดอาวุธครบ รองรับการเชื่อมต่ออินพุตทั้งอะนาล็อกและดิจิทัล ทั้งด้วยสายและไร้สาย แถมมี Media Player ในตัวที่มีคุณภาพการเล่นได้สูงสุดที่ Sampling Rate 24-bit/192kHz สตรีมไฟล์จากระบบ Network หรือผ่านช่องเสียบ USB ซึ่งหมายถึงสามารถเข้าถึง NAS ผ่านเครื่องเล่นที่เปิดใช้งาน DLNA/UPnP และยังเชื่อมต่อกับบริการสตรีมมิ่ง เช่น Roon Ready, Spotify Connect และ TIDAL Connect ในอีกไม่นาน, Airplay 2, Bluetooth รวมทั้งวิทยุทาง Internet Radioด้วย เพียงใช้สาย LAN หรือ Wi-Fi, จากนั้นก็ต่อสายลำโพงไปยังลำโพงที่แม็ตช์กับมันก็จบ

สำหรับการตั้งค่าของเครื่องถือว่าง่ายสุดๆ จากระบบที่จัดเป็นเมนู ซึ่งช่วยให้ปรับการตั้งค่าเสียง, เลือกอินพุตแบบไร้สาย รวมถึงการเซ็ตครอสโอเวอร์ดิจิทัลด้วย RoomPerfectTM อันเป็นลิขสิทธิ์ของ Lyngdorf เอง ที่ฉลาดและแม่นยำ เพื่อให้เสียงดีที่สุดในสภาพแวดล้อมที่อาจไม่เอื้อนัก เน้นอีกครั้งว่าง่าย และทำได้เอง นาทีนี้มือเซ็ตที่คุยว่าเป็นเซียนต้องตกงานแน่ๆ

Check In

TDAI-1120 อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ครบครัน โดยเฉพาะกับสายสตรีมต้องถูกใจ ตัวเครื่องอยู่ในสัณฐานกะทัดรัด (H x W x D): 10.1 x 30 x 26 cm (รวม connectors ด้วย) น้ำหนักตัวราว 8 กิโลกรัม ไม่ถือว่าหนักหรือเบาเกินไปวางบนชั้นวางเครื่องเสียงได้สบายๆ ภาคขยายแบบ Digital ด้วยวงจรอันเลื่องชื่อของต้นตำรับที่พัฒนามาจนช่ำชอง มีกำลังขับ 120 วัตต์ ที่ 4 โอห์ม, 60 วัตต์ ที่ 8 โอห์ม ขั้วต่อครบทั้ง Analog และ Digital เพื่อเชื่อมต่อใช้งานกับแหล่งโปรแกรมทุกรูปแบบ รวมถึง Phono input ภาคขยายหัวเข็มแบบ MM (47kOhm, 100pF) สำหรับคนรักเทิร์นเทเบิลด้วย ซึ่งสัญญาณที่เข้ามาทั้งหมดจะทำงานบน Digital Domain จึงไร้ซึ่งความเพี้ยน ไม่ว่าจะเปิดด้วยความดังเท่าใด ส่วนรีโมตคอนโทรลเป็น Option เลยไม่มีมาให้

ถ้าดูเผินๆ ไม่คิดอะไรมาก มันก็อินทิเกรตแอมป์ธรรมดานี่เอง แต่จริงๆ แล้ว สิ่งที่แตกต่างจากอินทิเกรตแอมป์ทั่วไปก็คือ TDA-1120 สามารถใช้งานในระบบเน็ตเวิร์ก ทั้งการเชื่อมต่อด้วยสายและแบบไร้สาย ซึ่งเป็นเหมือนประตูบานใหญ่สู่โลกกว้างของโลกบันเทิง ณ ปัจจุบันนี้ นอกจากนั้น ด้านหลังยังมีขั้วต่อ Microphone input (XLR) ที่มาพร้อมไมค์ และขาตั้งที่ปรับมุมการวางได้ เพื่อใช้งานกับ RoomPerfect™ calibration นั่นเอง

หน้าปัดเครื่องแบ่งเป็นสองฟาก ด้านซ้ายคือจอดิสเพลย์บอก Input ต่างๆ แสดงในลักษณะ icon ส่วนด้านขวาเป็นปุ่มสำหรับเลือก Source หรือ Mute เสียง, ปุ่มใหญ่คือ Volume ซึ่งมีไฟแสดงผลรอบๆ ปุ่มด้วย ขวาสุดเป็นปุ่มกดเล็กๆ สำหรับ On/Stand by แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ได้ดูที่หน้าเครื่องหรอก เพราะตั้งห่างจากจุดนั่งฟังไกลพอสมควร ดูบนแอพจะสะดวกกว่า

Control

แม้ไม่มีรีโมตให้มากับเครื่อง การสั่งงานก็ทำได้ 2 วิธี คือ… 1. แบบแมนน่วล เดินไปสั่งงานเองที่ตัวเครื่อง 2. เมื่อเชื่อมต่อในระบบโฮมเน็ตเวอร์ค สามารถสั่งการผ่าน Smart Devices รวมถึงจากคอมพิวเตอร์ สำหรับจัดการตั้งค่า, ปรับแต่งเสียงในทุกระดับ หรือเชื่อมต่อกับระบบภายนอก

Connectivity

เมื่อเชื่อมต่อกับวงเน็ตเวิร์ก TDAI-1120 สามารถเชื่อมต่อกับ Streaming Services ได้ทุกรูปแบบ

  • Chromecast built-in สามารถ Cast เสียงจากอุปกรณ์ Smart Devices ได้ง่ายๆ และเสียงดีมาก
  • Spotify® Connect รวมถึง TIDAL connect ฟีเจอร์(ในอนาคต)ที่จะทำให้การเชื่อมต่อกับ Cloud Service ของ TIDAL ได้โดยตรง ให้เสียงดีและตรงปก เช่นเดียวกับแอพของ TIDAL บน Smartphone ซึ่งในอนาคตอันสั้นนี้จะต้องอัพเดต Firmware ตัวใหม่
  • Roon Ready ทำตัวเป็น Roon Endpoint ซึ่งจะทำให้ TDAI-1120 ติดปีกขึ้นไปอีกระดับ เข้าถึงคลังเพลงใหญ่ที่มีการบริหารจัดการที่สุดยอด พร้อมทั้งเล่น TIDAL Master (MQA) ได้อย่างราบรื่น
  • AirPlay2 และ Bluetooth connectivity ในระบบไร้สาย
  • Internet Radio (vTuner) รับฟังรายการวิทยุจากทั่วโลก
  • Network/local file playback ที่สามารถสตรีมไฟล์เพลงจาก Thumb drive หรือผ่านมาตรฐาน UPnP/DLNA จาก Media Sever หรือ NAS โดยตรง เล่นไฟล์ Hi-res ได้คุณภาพเต็มพิกัด
  • HDMI (ARC) output จาก TV ให้เสียงเต็มอิ่มจากทีวี ไม่ว่าจะดูหนังหรือคอนเสิร์ต ก็ได้เสียงดีสมบูรณ์แบบ ชนิดที่ไม่มี Sound Bar ที่ไหนให้เสียงดีเท่า

———————————————————————————————————————-

TDAI-1120 มีจุดเชื่อมต่อสัญญาณ Digital inputs (Asynchronous): 2 x Coaxial (≤192kHz/24-bit), 2 x Optical (≤96kHz/24-bit), 1 x HDMI eARC (≤24-bit/192 kHz)

———————————————————————————————————————-

Built-in RoomPerfect™ for Perfect Sound

นี่คือจุดขาย RoomPerfect™ ทำหน้าที่ จัดการลดอิทธิพลด้านลบของอคูสติกส์ห้องฟังห่วยๆ ออกไป ให้เสียงที่สมบูรณ์แบบโดยไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์รูมจูนใดๆ

 RoomPerfect™ เป็นระบบปรับจูนเสียงอัจฉริยะ โดยจัดการในเรื่อง Time, Phase และ Frequency Alignment ด้วยวิธี Psychoacoustics measurement ใช้เวลาไม่เกินยี่สิบนาที

RoomPerfect™ ทำให้การหาตำแหน่งการวางลำโพงไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป เพราะระบบจะจัดการให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุดจากทุกตำแหน่งที่ตั้งของลำโพง ไม่ว่าอะคูสติกส์ห้องฟังจะอยู่ในลักษณะใดก็ตาม

Matching

TDAI-1120 อินทิเกรตแอมป์ตัวเล็กสเป็กพี่ตัวนี้ต้องทำความเข้าใจเสียแต่แรกว่า ด้วยกำลังขับที่ไม่มากนัก ดังนั้นเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดจึงออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับซับวูฟเฟอร์ ทาง Living Sound ผู้นำเข้าจึงส่งเครื่องมาพร้อมกับลำโพง 3 คู่ คือ… Lyngdorf MH-2 รุ่นพี่ และรุ่นน้อง MH-3 กับซับวูฟเฟอร์ WH-3 อีกหนึ่งตู้ ถือเป็นลำโพงที่ควรจะแม็ตช์สุด คู่สุดท้ายเป็นลำโพงนอกค่าย Lyngdorf เป็นลำโพงที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากลำโพงมอนิเตอร์ของ BBC นั่นคือ Graham Audio: Swisstone LS3   

เราจะมาดูกันว่า เมื่อจับแม็ตชิ่งกันแล้ว แต่ละคู่มีความเด่นแตกต่างกันอย่างไร?

Hook Up

แอมป์สมัยใหม่แบบ All in One ที่เชื่อมต่อในระบบ Home Network ต้องการเพียงสาย LAN หนึ่งเส้น (แนะนำอย่างยิ่ง) กับสายลำโพงเท่านั้น ส่วนถ้าใช้ซับวูฟเฟอร์ด้วยก็เพิ่มสายสัญญาณ จะแบบ 2.1 แชนเนล หรือ 2.2 แชนเนล ก็ตามต้องการ ในที่นี้ ผมต่อแบบ 2.1 แชนเนล สุดท้ายที่ขาดไม่ได้ก็ Smart phone ไง ต้องอยู่ใกล้มือหน่อยนะ และที่ต่างจากของแบรนด์อื่นก็คือ เตรียมไมค์และขาตั้งไมค์มาให้เสร็จสรรพ

เริ่มต้นเซ็ตอัพระบบ RoomPerfect™ ด้วยการเสียบแจ็ก XLR ของสายไมค์ที่หลังเครื่อง TDAI-1120 ปลายอีกด้านหนึ่งต่อเข้ากับไมค์ ติดตั้งไมค์เข้ากับขาตั้งไมค์ แล้วกำหนดจุดในการวัดด้วยตัวเอง

ผมทดลองระบบ RoomPerfect™ ในห้องนั่งเล่น ซึ่งด้านข้างซ้ายเป็นประตูกระจกหน้าบ้าน อีกด้านเปิดโล่งเป็นส่วนรับประทานอาหาร โดยวาง TDAI-1120 ไว้ในชั้นวาง ด้านบนเป็นทีวี ห่างจากจุดนั่งฟังราว 3 เมตร แหม่..ของสวยของงามก็ต้องโชว์กันหน่อย

สำหรับลำโพงที่นำมาทดสอบร่วมกันคือ Lyngdorf MH-2 คู่พี่สีขาว และคู่น้อง MH-3 สีดำเปียโน ทั้งสองเป็นลำโพงตู้ปิด เช่นเดียวกับซับวูฟเฟอร์ที่เป็นแบบตู้ปิดเหมือนกัน ซึ่งทั้ง MH2 และ MH3 ถูกออกแบบให้ใช้งานสำหรับแขวนกับผนัง โดยมีอุปกรณ์สำหรับแขวนผนังที่ออกแบบให้มีส่วนเว้า เผื่อเอาไว้ซ่อนสายเพื่อความสวยงาม แต่ในการทดสอบครั้งนี้ไม่ได้เจาะผนังเพื่อติดตั้งถาวร แต่ถ้าเป็นของผมเองก็อาจจะยอมเจาะผนังเพื่อการนี้แฮะ ส่วนลำโพงคู่สุดท้ายคือ Graham Audio รุ่น Swisstone LS3 ก็เป็นตู้ปิดเช่นกัน จริงๆ ต้องวางบนขาตั้ง แต่ในการใช้งานครั้งนี้ได้วางในลักษณะเดียวกันกับทั้งสองคู่แรก โดยวางบนโต๊ะตัวเตี้ยๆ สูงจากพื้นราว 40 ซม. ข้างละตัว เมื่อบวกความสูงของตัวลำโพงเข้าไปแล้ว ตำแหน่งความสูงของทั้ง 3 คู่ จึงต่ำไปจากที่ควรเป็น ส่วนซับวูฟเฟอร์ WH-3 มาหนึ่งตู้ก็เข้ามุมห้องไป เพราะไม่สามารถวางตามคู่มือได้ เว้นแต่ว่าถ้ามา 2 ตู้ก็อาจจะวางได้ บอกเลยว่า เมื่อวางลำโพงในลักษณะนี้ ถ้าซีเรียสแล้วล่ะก็ไม่น่าจะรอด แต่ครั้งนี้ตั้งใจจะฟังสบายๆ ก็เลยไม่ถึงกับต้องทำตามคำแนะนำ และเชื่อว่า RoomPerfect™ จะจัดการได้ มาลองดูกัน

Set Up

เครื่องเสียงยุคใหม่ล้วนต้องการ Set Up เล็กน้อย ทันทีที่แกะกล่องก็จะพบว่า ไม่มีรีโมตมา ซึ่งน่าจะเป็นอ็อปชั่น ส่วนการติดตั้งทำได้ 2 วิธี คือ… 1. ต่อแบบเดิม โดยไม่ต้องพึ่งเน็ตเวิร์กใดๆ และ 2. ต่อเข้ากับระบบอินเทอร์เน็ทเน็ตเวิร์ก

๐ วิธีแรก ก็ต่อสายเข้าเครื่อปกติ เมื่อต่อเสร็จ เสียงก็ดังแล้ว ทุกอย่างใช้มือกด บิดหน้าเครื่องได้เลยครับ

๐ วิธีที่สอง แต่จะดีกว่า ถ้าใช้แอพ ง่ายๆ ก็หยิบมือถือขึ้นมาจัดการโหลดแอพ LYNGDORF Remote ติดตั้งไว้ในมือถือได้เลย ทันทีที่เปิดแอพ แอพจะถามหาเครื่อง ซึ่งก็เห็นเครื่องทันที การตั้งค่าก็ทำตามง่ายๆ เป็นขั้นเป็นตอน ไม่ซับซ้อนเลย เครื่องเสียงสมัยนี้ไปได้ไกลกว่าด้วยแอพที่มีศักยภาพครอบคลุมการใช้งานได้กว้างไร้ขีดจำกัด  หลักการง่ายๆ ก็มีแค่นี้

การเชื่อมต่อควรใช้สาย LAN จะดีที่สุด จริงๆ ก็สามารถเชื่อมต่อด้วยระบบไร้สาย Wi-Fi ได้ แต่ครั้งแรกควรติดตั้งด้วยสายเสียก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนภายหลังถ้าต้องการ จุดนี้ไม่ขอลงรายละเอียดนะครับ

หลังเปิดเครื่อง รอสักครู่ จะเห็นไฟโลโก้บนหน้าปัดกระพริบ ชั่วอึดใจก็นิ่ง แสดงว่าพร้อมใช้งาน เปิดแอพรอ จะเห็นชื่อรุ่นเครื่องแว้บเข้ามาโดยไม่ต้องลุ้น จากนั้นแตะที่แอพเพื่อเชื่อมต่อ ขั้นตอนต่อไปเป็นการตั้งค่า ทำได้ 2 วิธี โดยผ่าน Lyngdorf Remote app หรือ ผ่าน Web browser จากคอมพิวเตอร์ หรือ Smart devices โดยไม่ต้องโหลดแอพก็ได้ โดยคีย์ว่า tdai1120.local ก็จะนำเข้าสู่หน้าหลักของ Lyngdorf application ที่สามารถควบคุมทุกอย่างได้ด้วยแอพเดียว

Input Set Up – โดยเริ่มจาก Input ซึ่งมีอยู่หลายแบบ เช่น Digital Input (Coax, Opt1, Opt2, HDMI, Analog1, Analog2) ซึ่งสามารถปรับเกนความดัง หรือปรับคาแร็กเตอร์ให้ดุดัน เมื่ออยู่ใน Theater Mode เป็นต้น

Output Set Up – ต่อไปก็เข้าจุดสำคัญเลยดีกว่าคือ Output Set Up นั่นคือจะแม็ตชิ่งยังไงกับลำโพงแต่ละคู่, ซับวูฟเฟอร์ต่อไหน 2.1 หรือ 2.2, จะใช้ซับวูฟเฟอร์หรือไม่, ซับวูฟเฟอร์ของ Lyngdorf เอง กับลำโพงอะไร… ในที่นี้ เราใช้ลำโพง Lyngdorf MH-2 และ MH-3 รวมทั้ง Graham Audio: Swisstone LS3 แม้แต่กับซับวูฟเฟอร์แบรนด์อื่นก็สามารถทำได้ โดยเริ่มจากขั้นตอนแรกต้องวัดระยะห่างของลำโพงแต่ละตู้ รวมถึงซับวูฟเฟอร์ว่าห่างจากจุดนั่งฟังเท่าใด หน่วยเป็น ซม.

RoomPerfect™ Set Up

ทีนี้ก็เข้าโหมดของ RoomPerfect™ Calibrate ให้ตั้งไมค์ที่จุดนั่งฟัง เรียกว่า Focus positioned ซึ่งวัดได้สูงสุด 8 จุด จากนั้นก็เพิ่มจุดของการวัดจากตำแหน่งนั่งฟังโดยรอบ ด้วยการเพิ่มตำแหน่ง room adjustment หลายๆ จุด ทั้งต่ำ สูง ลึก ชิดผนัง หรือฝ้า แต่ละจุดห่างกันไม่ควรน้อยกว่า 50 ซม. หรือ 1.5 ฟุต ตั้งระดับความดังพอประมาณ ระบบจะปล่อย Test Tone จากลำโพงหลายๆ ความถี่ ในแตละจุดใช้เวลาไม่นาน สามารถเพิ่มจุดวัดไปเรื่อยๆ ล้ำออกมาด้านหน้า สูง หรือ ต่ำ ข้างๆ รอบจุดนั่งฟัง วัดให้ทั่วๆ ให้ความแม่นยำทะลุ 90% โหมด Room Knowledge จะส่งผลต่อเสียงดีที่สุด เวลาใช้งานก็เลือกเอาว่าจะใช้แบบไหน มีข้อควรทราบคือ ทุกครั้งที่เปลี่ยนอุปกรณ์ หรือย้ายตำแหน่งลำโพง ต้องเซ็ตอัพ RoomPerfect™ ใหม่ทุกครั้ง ในแต่ละครั้ง เราสามารถทดลองเซ็ตอัพหลายๆ รอบ จะเห็นว่ายิ่งเซ็ตละเอียดยิ่งแม่นยำ เสียงก็ดีขึ้นตามไปด้วย แนะนำว่าควรใช้งาน TDAI-1120 ให้พ้นระยะ Burn-in และ Fix ตำแหน่งลำโพงในรอบแรก จากนั้นค่อยมาทำ RoomPerfect™ Calibrate ในตอนหลังอีกครั้งจะดีที่สุด

Voice Set Up – เป็นการเลือก Filter ได้ราว 8 โทนเสียงแล้วแต่ชอบ ไม่ว่าจะเป็น… ดนตรี, อุ่น, นุ่ม, ผ่อนคลาย, ร็อกหนักๆ จนถึงแอ็คชั่นที่เหมาะกับใช้ดูหนัง เป็นต้น

Streaming Set Up – หมายถึงการเข้าถึงการเชื่อมต่อด้วยBluetooth, ChromeCast, AirPlay2, Roon,  UPnP/DLNA ตรงนี้ช่วยให้ TDAI-1120 สามารถเชื่อมต่อเป็น Multi-room หรือสตรีมไฟล์จาก Music Server หรือ NAS มาเล่นได้ ส่วน USB Thump Drive storage ต้องฟอร์แมตแบบ FAT32 ทีนี้ก็ไม่ต้องพึ่ง NAS ก็ได้ ที่แน่ๆ คือSpotify Connect และในอนาคตจะมี TIDAL Connect ด้วย ที่ต้องเขียนถึงหลายรอบ เพราะรุ่นใหญ่ TDAI-3400  รองรับแล้ว ดังนั้น ตอนนี้ถ้าจะฟัง TIDAL ก็ต้องพึ่ง ChromeCast หรือ AirPlay2 ส่วนผมเลือกใช้ Roon เพราะต้องการฟัง TIDAL Master เพราะสามารถคลี่ MQA ได้ แต่สำหรับในอนาคตก็อาจไม่จำเป็น ถ้า TDAI-1120 สามารถรองรับ TIDAL Connect

Showtime

ด้วยแอพ Lyngdorf Remote แม้หน้าตาเรียบๆ ไม่หวือหวาสไตล์แดนิช แต่ก็ใช้ไม่ยาก เพราะรวบทุกอย่างมาไว้ในแอพเดียว แรกๆ งงนิดๆ กับโวลุ่มที่ต้องไถนิ้วบนหน้าจอเอา ขณะไถนิ้วไฟของโวลุ่มจะแสดงผลตามไปด้วย ผมเลือกฟังเพลงหลายแนวจาก NAS โดยเลือก UPnP เรื่องคุณภาพเสียง Spotify connect หรือ vTuner ก็ให้เสียงดียอมรับได้เลย ส่วน TIDAL ตั้งใจเลือก Roon Ready เพื่อจะเล่น TIDAL Master ได้หมดจดมากกว่า ซึ่งRoon จะ Unfolded มาให้เรียบร้อยแล้ว หรือจะฟังเพลงจากไฟล์ Hi-Res และแม้แต่ DSD ซึ่ง Roon ก็จัดการได้เนียนกริ๊บมาแล้วในฐานะ Roon Advance Audio Transport พอส่งมาให้ก็ลื่นเลย ส่วนกรณีไม่ใช้ Roon จะใช้ Audirvana+ ก็ได้

จากนั้น TDAI-1120 ก็จัดการแปลงสัญญาณเป็นอะนาล็อกให้เราฟังเสียงที่เนียนกริ๊บ อธิบายแบบนี้ไม่งงนะ  จริงๆ ไม่ต้องสนใจก็ได้ ประมาณว่าเล่นได้ทุกรูปแบบ แล้วแต่ความซนของแต่ละคน ดังนั้น ถ้าใครจะใช้ร่วมกับ Music Server ตัวอื่นด้วย ก็ต้องเพิ่มแอพอีกตัวหรือสองตัวเข้ามาใช้ร่วมกับ Lyngdorf Remote app ซึ่งยังไงก็ต้องมีเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว

อินทิเกรตแอมป์ “ตัวเล็กสเปกพี่” ตัวนี้ ถ้าดูตัวเลขกำลังขับอาจเหมือนไม่มากนักสำหรับคนบ้าพลัง แต่ในเมื่อถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับซับวูฟเฟอร์ ดังนั้น เมื่อต้องการพลังก็เลือกที่จะผลักภาระไปให้ซับวูฟเฟอร์ โดยจัดการด้วย DSP ที่ตัดแบ่งความถี่อย่างแม่นยำ และ RoomPerfect™ ที่ช่วยจัดการลบความไม่สมบูรณ์ของอะคูสติกส์ของห้องฟัง จึงให้เสียงดนตรีลื่นไหลแบบไร้รอยต่อ เนื้อเสียงของ TDAI-1120 เป็นไปในคาแร็กเตอร์เครื่องเสียงยุโรป ออกแนวเนียน ผู้ดี ให้เสียงเป็นธรรมชาติ เน้นรายละเอียด ไม่ฉูดฉาดหรือดุทะลุทะลวงลำหักลำโค่นเบสตูมตามอะไรนัก ถึงใส่ซับวูฟเฟอร์ เวลาฟังเพลงเบสก็จะหนึบๆ ไม่จุกอก ฟังได้นานโดยไม่เบื่อ

อย่างจับคู่กับ MH-3 ลำโพงตู้ปิด แขวนผนังที่วูฟเฟอร์แค่ 4 นิ้ว ตู้เล็กแค่คืบเดียว แถมยังมีความไวต่ำเพียง 84dB จะโหดไปไหน แล้วผมดันตั้งมันลอยๆ ไม่ได้แนบผนัง ทำให้ขาดพลังงานเสริมของผนัง จึงค่อนข้างเหนื่อยสักนิด เพราะห้องก็ไม่เล็กนัก ดีที่แอมป์ออกแบบมาดีมาก วงจร True Digital Amplifier ของ Lyngdorf ที่ถูกพัฒนามาอย่างยาวนาน ทำงานได้สมบูรณ์แบบมาก ทำให้เปิดได้ดังเท่าที่ต้องการ โดยเสียงไม่เพี้ยนหรือพร่ามัวเลย ด้วยเทคโนโลยีนี้ซิสเต็มโดยรวมจึงเปล่งศักยภาพสูงสุด ปลายเสียงแหลมพลิ้ว เสียงเปิด หมายรวมถึง Tonal Balance สมดุลที่สุด แม้ใช้ลำโพงตัวน้อยก็ตาม แน่นอนว่าเราได้ซ่อนซับวูฟเฟอร์ดอก 8 นิ้ว กำลังขับ 400 วัตต์ ไว้มุมห้อง  แค่นี้ก็เหลือเฟือ เสียงเต็มห้องแล้ว ยิ่งถ้าห้องฟังไม่ใหญ่นัก อย่างในคอนโด หรือห้องนั่งเล่นทั่วๆ ไป และไม่บ้าพลังมากนัก ชุดเล็กนี่ก็เหลือเฟือ ข้อดีคือลงทุนไม่มากเกินไป งบไม่บานปลาย ติดตั้งได้กลมกลืนกับอินทีเรียร์ น่าจะถูกใจลูกสาวแม่ยายด้วยสิ

เมื่อขยับมาเป็นรุ่น MH-2 ซึ่งตู้ใหญ่กว่า ดอกลำโพงก็ใหญ่ขึ้น ความไว 87dB ค่อยหายใจคล่องคอเต็มปอดขึ้นเยอะ แต่ก็ยังต้องการซับวูฟเฟอร์อยู่ดีจึงจะครบเครื่องที่สุด สรุปคือชอบมากกว่า ก็แหงล่ะ.. ต้องจ่ายมากขึ้นด้วย  ทีนี้เมื่อจับคู่กับ Graham Audio: Swisstone LS3 เสียงเปิดมาก ให้เสียง Musical มาก ไม่น่าเชื่อถือว่าแม็ตชิ่งได้ดีทีเดียว ชอบครับ ยิ่งถ้าใช้ฟังเพลงอย่างเดียวก็เชียร์เลย อาจไม่จำเป็นต้องใช้ซับวูฟเฟอร์ก็ได้ แต่ถ้าให้ครบเครื่องก็ควรจัดมาด้วยจะสมบูรณ์แบบมากขึ้น ตรงนี้ก็แล้วแต่ทุนทรัพย์ล่ะนะ สรุป TDAI-1120 นอกเหนือจากลำโพงของ Lyngdorf เองซึ่งต้องแม็ตช์แน่ๆ ก็ยังแม็ตชิ่งกับลำโพงอื่นได้ครับ

RoomPerfect™ มีประโยชน์มาก ทำงานได้ผลกับเบสลึกๆ ขณะฟังเพลงร็อก (อัลบั้มที่ใช้ทดสอบ ดูได้จากภาพประกอบ) สำหรับการใช้ดูหนังแอ็คชั่น ผมไม่คาดหวังว่าลำโพงตัวแค่นี้จะให้เสียงระเบิดตูมตามอะไรได้นัก แต่จะเด่นเรืองเสียงพูดสนทนา และถ้าดูหนังจาก Netfix รายละเอียดถือว่าดีมาก สามารถฟัง Dialog ได้ชัด ได้ยินแม้ลมหายใจกันเลยทีเดียว นั่นเป็นเพราะ Background Noise สงัดมาก ถึงเวลาตูมตามก็รับมืออยู่ แน่นอนอยู่แล้วว่าคงไม่ไปเทียบกับชุดโฮมเธียเตอร์หรอก แต่ถ้าเป็น Soundbar แล้วล่ะก็… อย่างดูคอนเสิร์ตจาก QELLO ผมยอมเลือกเล่นแบบ 2.1 ดีกว่า 

Wrap Up

TDAI-1120 อินทิเกรตแอมป์ตัวเล็กสเปกพี่ ตัวแทนของไฮไฟสมัยใหม่ตัวนี้ คือบทพิสูจน์ว่า เครื่องเสียงยุโรปมีชาติตระกูล มีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ชั้นดีแล้วนั้น ไม่ต้องเล่นมากชิ้นก็ให้เสียงดีได้ ได้อรรถรสของดนตรีครบถ้วน ข้ามความเชื่อเก่าที่ว่าไฮไฟแยกชิ้นยิ่งหลายชิ้นเท่าไหร่นั้นยิ่งดี เอาเงินที่เหลือไว้ลงทุนกับลำโพงดีๆ ดีกว่า

บ้านสมัยใหม่ในยุคสตรีมมิ่งครองโลกไม่จำเป็นต้องสะสมแผ่นฟิสิคัลให้รกบ้าน อะไรจะเพอร์เฟ็กต์ปานนี้ ใช้อินทิเกรตแอมป์ยุโรปฉลาดๆ เครื่องเดียว กับลำโพงที่แม็ตช์กับมัน เบ่งกล้ามด้วยซับวูฟเฟอร์อีกสักตู้ หรือต้องการสมบูรณ์แบบก็ต้อง 2.2 แล้วก็ต้องทำให้มัน Perfect ในห้องที่ใช้งานด้วย RoomPerfect™ ไง … หรือถ้าต้องการพลังมากกว่านี้ก็โดดข้ามไป TDAI-3400 เลย จะได้ไม่คาใจ และไม่ต้องอดใจรอ TIDAL connect ด้วยครับ. ADP

ราคา 89,000 บาท

นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย Livingsound
โทร. 081-852-1771